บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2557

Pound Cake w/ Mulberry Fruit

       Pound Cake W/ mulberry

เมนูนี้เป็นความภูมิใจส่วนตัวค่ะ ไม่ใช่เพราะทำแล้วอร่อยนะคะ (แต่ก็อร่อยจริงๆนะแหละ) แต่เพราะมัลเบอรี่ Mulberry หรือลูกหม่อน ที่ใส่ลงไปในเค้ก เป็นผลที่ได้จากต้นที่เราปลูกเอง ปลูกมาเกือบปี พึ่งจะมีลูกออกมาครั้งแรก คิดว่าเป็นฤดูของเค้าค่ะก็เลยออกมาเต็มเลย


เนื่องจากเป็นคนกรุงมาทั้งชีวิต ไม่เคยปลูกต้นไม้ที่กินได้มาก่อน เคยแต่ซื้อพวกไม้ดอก ไม้ประดับมาปลูกดูเล่น แต่ก็ไม่สำเร็จ สักพักก็ลาจากกันไป อย่าคิดหวังว่าจะไปปลูกผักกินเลย T.T แต่ครั้งนี้เราทำได้  ถึงมันจะปลูกไม่ยากมากก็เถอะ แต่ก็สำเร็จเล็กๆ ที่สำคัญเก็บกินได้เลย ไม่มีสารเคมีค่า

และด้วยความที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือตำราอาหาร เลยจะชอบเก็บเมนูที่อยากทำไว้เยอะมาก เลยไปรื้อๆ ค้นๆ จนเจอเมนูนี้ค่ะ มาจากนิตยสาร Martha Steward เล่มไหนนี่ก็ไม่ได้จดไว้ด้วยซีนะ มาทำกันดีกว่า

ส่วนผสม
เนยจืด 200-227g. (วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง)
น้ำตาลทราย 3/4 cup
วานิลา 1 tsp.
ไข่ขนาดใหญ่ 3 ฟอง
นมสด 3 tbsp.
แป้งเค้ก ร่อน 1 1/2 cup
ผงฟู 1 tsp.
เกลือ 1/4 tsp.
ลูกหม่อนสุกๆ 200 g.
แป้งเค้ก 2 tbsp.

- เปิดเตาอบ 180 c. ใช้พิมพ์โลฟ รองด้วยกระดาษ และทาเนยให้ทั่วพิมพ์
- ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ รวมกัน
-ผสมลูกหม่อนกับแป้งเค้ก 2tbsp. ให้เข้ากัน พักไว้
-ตีเนยและน้ำตาล ใช้ความเร็วสูงจนกระทั่งเนยขาวฟู ใส่วานิลาลงตีให้เข้ากัน
ผสมไข่และนมสดเข้าด้วยกัน เทลงในส่วนผสมของเนย โดยแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง ตีให้เข้ากันด้วยความเร็วปานกลาง ค่อยๆใส่ส่วนผสมของแป้งลงตีให้เข้ากัน ตีด้วยความเร็วต่ำ โดยแบ่งออกเป็น 3 ครั้ง เมื่อส่วนผสมเข้ากันดี ใส่ลูกหม่อนลงผสมโดยใช้พายยางในการผสม
-เทลงพิมพ์ ปาดหน้าให้เรียบ อบประมาณ45-60นาที แล้วแต่ขนาดพิมพ์ วิธีเชค เอาไม้จิ้มเค้กส่วนที่หนาที่สุด แล้วดึงออกมา ถ้าไม่มีเนื้อเค้กติดไม้ โอเคแล้ว ถ้าระหว่างอบหน้าเค้กเข้มเกินไป ให้นำฟอยล์ทาเนยเล็กน้อยปิดลงบนเค้ก หลังจากอบไปแล้วประมาณ30 นาที
-เค้กสุก นำออกมาพักบนตะแกรงจนเย็นสนิท ตัดแบ่งมากินกัน


อันนี้สวนที่บ้านเราเอง ออกแนวรกนิดนึง >.<


ปูลู : แช่เย็นเก็บไว้เค้กจะแข็งขึ้น ก่อนทานเอาออกจากตู้เย็นวางพักไว้สักครู่ ค่อย enjoy eatingกัน Bon Apètit








วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557

Anmitsu (あんみつ) : หวานเย็นสไตล์ญี่ปุ่น^_^

หลังจากที่ไปเที่ยวกรุงเทพฯ มาก็มีโอกาสได้ไปชิมขนมชนิดนึงในร้านอาหารญี่ปุ่นมาค่ะ  จริงๆเคยเห็นมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่รู้จักค่ะ และคิดว่ารสชาติคงจะธรรมดา เลยไม่เคยคิดจะชิม แต่หลังจากที่อ่านหนังสือเกี่ยวกับขนมของญี่ปุ่นมา ก็คิดอยากลองชิมบ้าง ที่น่าแปลกคือมันอร่อยเว่อร์ แย่งกันกินกะคุณแฟนยังกับเด็กๆเลยค่ะ


Anmitsu (あんみつ) เป็นขนมที่จะนิยมทานช่วงหน้าร้อนค่ะ ส่วนประกอบจะมีวุ้นที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ โมจิ ผลไม้ตามชอบ ถั่วแดงบด ไอศครีมจะเป็นรสชาเขียวหรือวานิลลาก็ได้ค่ะ และน้ำเชื่อม (Black sugar syrup) จะเอาไว้ราดลงในขนมเวลาจะทานค่ะ

มาลองทำกันเลยดีกว่าค่ะ อย่างแรกเลยคือ 
วุ้น agar agar(Kanten)  
-ผงวุ้น 4 g.
-น้ำตาลทราย 2 Tbsp.
-น้ำเปล่า 500 ml.
นำผงวุ้น และน้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟ คนให้ละลาย แล้วใส่น้ำตาลทรายลงไปค่ะ คนให้น้ำตาลละลาย ตั้งต่อจนส่วนผสมเดือด ปิดไฟได้เลย แล้วเทลงถาดที่เตรียมไว้ เข้าตู้เย็นแช่ให้แข็ง

ส่วนต่อไปคือ โมจิ (Mochi)
จริงๆที่ไปทานมา เค้าจะใช้ Shiratama Dango ค่ะ ซึ่งโมจิก็จะมีประเภทของเค้าด้วย คือ Shiratama กับ Mochiko แต่ที่ไปหามาได้ก็คือ Mochiko ค่ะ แต่ถ้าใช้อีกแบบน่ะ ขอบอกว่าอร่อยกว่าค่ะ

แป้งโมจิ 55 g.
น้ำเปล่า 2 1/2 Tbsp.
น้ำตาลทราย 1/2 tsp.

ผสมแป้งโมจิกับน้ำตาลทรายในชามผสม ค่อยเทน้ำลงไปทีละนิด ใช้พายยางผสมแป้งให้เข้ากัน จนแป้งรวมตัวกันเป็นก้อน  แล้วใช้มือนวดให้แป้งเนียนเข้ากันดี  ปั้นเป็นก้อนกลมๆ  

ตั้งหม้อใส่น้ำ พอเดือดใส่แป้งที่เตรียมไว้ลงต้มประมาณ1-2 นาที สังเกตุว่าโมจิจะลอยขึ้นมา ตักแช่ในน้ำเย็นจัด

น้ำเชื่อม Kuromisu (Black sugar syrup)
จริงๆน้ำเชื่อมอันนี้มีขายนะคะ แต่ไปหาซื้อไม่เจอค่ะ ก็ไปหาวิธีมาจนได้ คือถ้าหาน้ำตาลทรายชนิดนี้ได้ก็เอามาต้มได้เลยค่ะ แต่ก็หาไม่เจอเหมือนกันค่ะ แต่ไม่เป็นไรเราใช้น้ำตาลทรายแดงแทนไปก่อนได้ สีได้ แต่กลิ่นจะไม่เหมือนซะทีเดียว

น้ำตาลทรายแดง 100 g.
น้ำเปล่า 100 ml.
นำสองอย่างใส่หม้อตั้งไฟ พอเดือด เบาไฟลงเคี่ยวจนน้ำเชื่อมข้น ปิดไฟ แช่เย็น


ได้เวลาประกอบร่าง

ตัดวุ้นให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในถ้วย ใส่ผลไม้ลงไป ใส่โมจิและถั่วแดงเชื่อมบด  สุดท้ายตามด้วยไอติมค่ะ แต่อันนี้ไม่มี 55 แต่ก็อร่อยเหมือนกัน หุหุ^_^ ใส่วิปครีมเพิ่มก็ได้น้า..


อันนี้เอาภาพที่ทำเองกะไปชิมมา มาประชันกัน ซึ่งก็น่ากินทั้งคู่



ปูลู. เวลาทานอย่าลืมราดน้ำเชื่อมด้วยนะคะ Bon Apètit. 











วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

Banana Wontons : เกี๊ยวห่มกล้วย

ห่างหายการเขียนบล็อคเกือบเดือนเลย >.< ไม่แก้ตัวนะคะ ยอมรับว่าเดือนนี้แอบไม่ขยัน (ขี้เกียจนั่นเอง) และคิดไม่ออกว่าอยากทำอะไร จริงๆมีเยอะที่อยากทำค่ะ  แต่เพราะเหตุผลข้างบนนั่นแหละค่ะ 55


พอดีได้มีวันหยุดยาวเลยได้กลับบ้านเกิด ไปเจอน้องชาย น้องบ่นอยากกินเมนูนี้ ก็ไม่เคยทำ และก็ไม่เคยกิน แต่ด้วยความขี้เกียจของเดือนนี้มันเป็นเมนูที่เหมาะมากเพราะทำง่าย และก็อร่อยด้วย

        
วิธีการทำก็ไม่ยากเลยค่ะ แค่มีวัตถุดิบดังนี้
- กล้วยหอม 
- แผ่นเกี๊ยว
- น้ำมันสำหรับทอด (น้ำมันปาล์ม)
- ไอซิ่ง ชอคโกแลตและนมข้นหวาน (แล้วแต่ชอบ หรือเท่าที่มีนะคะ)
- ผลไม้ตกแต่ง (แล้วแต่เราค่ะ)



-หั่นกล้วยเป้นชิ้นพอคำ ถ้าใหญ่ไปจะห่อไม่หมดนะ
-นำกล้วยวางบนแผ่นเกี๊ยวแล้วทาน้ำเปล่าที่ขอบแผ่นแป้งเพื่อเป็นกาวให้แป้งติดกัน ห่อให้ติดกันทั่วดี รอทอด
-ตั้งกระทะทอดกับน้ำมัน ทอดพอเหลือง ไม่ต้องนานนะคะ ใช้ไฟกลาง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
-จัดลงจาน จะโรยไอซิ่ง ชอคโกแลตหรือนมข้นตามชอบค่ะ 

ฝากรูปสุดท้าย อันนี้ทำเล่นๆ^_^


ปูลู. กินตอนร้อนๆพึ่งทอดเสร็จอาหย่อยที่สุดเยย...



วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Strawberry Shortcake : Happy Birthday to Me


                                   

                                                       Strawberry Shortcake 
 
       กำลังจะพ้นสิ้นเดือนที่มีวันน้อยที่สุดของปีแล้วนะคะ  ปีนี้ไม่มีวันเกิดเราค่ะ แต่ไม่น้อยใจนะ เพราะถ้าจะหาเรื่องฉลองมันก็ทำได้อยู่แล้วค่ะ ปีนี้คิดว่าจะต้องทำเค้กให้ตัวเองกินให้ได้ และเค้กท่ีเราชอบมากที่สุดคือเค้กอันนี้ค่ะ ลองทำมาหลายครั้งและหลายสูตรแล้ว จำได้ว่าทำครั้งแรกๆ เค้กแข็ง ครีมก็เละๆ แต่งเค้กยังไม่เป็นเลย
     แต่ครั้งนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงค่ะ ทำแล้วมีความสุข กินก็มีความสุขค่ะ  สูตรนำมาจากเชฟญี่ปุ่น รับรองความฟินจ้า^__^
  
Special Spong Cake
แป้งเค้ก 40 g.
แป้งข้าวโพด 20 g.
เนยละลาย 35 g.
ไข่ขาว 90 g.
น้ำตาลทราย 80 g.
ไข่แดง 80 g.


เปิดเตาอบที่ 200 c.   เราใช้ถาดอบ 30*30 cm ปูทับด้วยกระดาษรองอบ
ร่อนแป้งทั้งสองรวมกัน พักไว้นะ
ละลายเนย ในไมโครเวฟ หรือจะตั้ง double boiler. ก็ได้นะคะ พักไว้ให้เย็น
ตีไข่ขาวด้วยความเร็วปานกลาง จนเป็นฟอง แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลทรายที่ละนิดจนหมด ปรับสปีดให้เร็ว ตีจนตั้งยอดแข็ง 
ใส่ไข่แดง ตีให้เข้ากันดี   แล้วใส่แป้ง โดยค่อยๆตะล่อมจนแป้งหมด แล้วสุดท้ายใส่เนย ตะล่อมจนเข้ากันดี
เทลงพิมพ์ เคาะพิมพ์ไล่ฟองอากาศ เข้าอบ10-12นาทีค่ะ แต่ของเค้า 5 นาทีก็สุกแล้ว
พักไว้บนตะแกรงจนเย็น



Chantilly cream
วิปครีม 400 g.
น้ำตาลทราย 30 g.
วานิลลาสกัด 1 tsp.

ตีทุกอย่างรวมกันจนตั้งยอดแข็งจ้า ระวังอย่าตีนานนะคะ 

ประกอบร่างเค้ก : นำเค้กมาตัดให้ได้ขนาดที่ต้องการ ทาไซรัปลงบนเค้ก แล้วทาครีมลงไป เอาสตรอเบอรี่เรียงแล้วโปะครีม แล้วทำซ้ำขั้นตอนเดิมจนครบชั้น แล้วแต่งเค้กตามใจเราค่ะ ง่ายใช่ป่าว

อาจจะดูยาก เพราะไม่มีรูปขั้นตอนลงให้ดูนะคะ ไว้ถ้ามีรูปจะลงเพิ่มให้นะ

                                 
        ฝากรูปตอนตัดเค้กฉลองล่วงหน้ากับคุณสามีมาให้ชมค่ะ. งามและอร่อยด้วย  สุขสันต์วันเกิดนะตัว(เค้า)เอง
                             

                                อันนี้ลองทำอีกรอบไปให้เพื่อนๆทานค่ะ สวยไปอีกแบบ^__^


วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Rośe Soda : Valentine's refreshment

Rose Soda



ยังคงอยู่ในเดือนแห่งความรักค่ะ ก็เลยอยากหาเมนูที่เกี่ยวเนื่องกับความรัก และโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่หลงใหลกลิ่นกุหลาบมากๆ  และเมื่อได้มารู้จักเชฟขนมหวานชื่อดังจากเมืองที่แสนโรแมนติกอย่างปารีส นามว่าเชฟ Pierre  Herme ที่เค้าเป็นคนที่นำกุหลาบ ลิ้นจี่ และราสเบอรี่ มารวมกัน โดยใช้ชื่อเรียก combination อันนี้ว่า Isphahan ทำให้คนอย่างเราหลงใหลสุดๆ 

พอดีที่บ้านมีRose syrup อยู่ค่ะ เลยคิดว่าจะมาทำอะไรดีเน้อ.. ก็มาสรุปเป็น เครื่องดื่มแสนหอมหวานอันนี้แหละค่ะ ง่ายแต่อร่อยมากๆๆ สดชื่นสุดๆ เหมาะกับทำนั่งดริ้งกับคนที่เรารักมากเลยค่ะ อันนี้คอนเฟิร์ม

Rose Soda recipe

Rose syrup 30 ml.
Lychee syrup 30 ml. (อันนี้ใช้น้ำเชื่อมจากลิ้นจี่กระป๋องค่ะ)
Soda 
Ice

ผสมทุกอย่างรวมกันค่ะ  เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งนอนรออยู่  ใส่เนื้อลิ้นจี่ลงไป  ถ้ามีราสเบอรี่ด้วยก็ได้นะคะ
หรือจะเททีละชั้นก็ได้ค่ะ  ใส่น้ำเชื่อมกุหลาบลงไปก่อนตามด้วยน้ำเชื่อมลิ้นจี่  และท็อปด้วยโซดาค่ะ

                       


เท่านี้เองค่ะ เพื่อนๆลองทำดูนะคะ ยิ่งทำให้คนที่เรารักล่ะก็  ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ เพื่อน หรือคนรัก รับรองว่าทุกคนรักเราแน่นอนค่ะ  ก็จะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไรค่ะ  ถ้าเราทำด้วยใจซะอย่าง