บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

Banana Wontons : เกี๊ยวห่มกล้วย

ห่างหายการเขียนบล็อคเกือบเดือนเลย >.< ไม่แก้ตัวนะคะ ยอมรับว่าเดือนนี้แอบไม่ขยัน (ขี้เกียจนั่นเอง) และคิดไม่ออกว่าอยากทำอะไร จริงๆมีเยอะที่อยากทำค่ะ  แต่เพราะเหตุผลข้างบนนั่นแหละค่ะ 55


พอดีได้มีวันหยุดยาวเลยได้กลับบ้านเกิด ไปเจอน้องชาย น้องบ่นอยากกินเมนูนี้ ก็ไม่เคยทำ และก็ไม่เคยกิน แต่ด้วยความขี้เกียจของเดือนนี้มันเป็นเมนูที่เหมาะมากเพราะทำง่าย และก็อร่อยด้วย

        
วิธีการทำก็ไม่ยากเลยค่ะ แค่มีวัตถุดิบดังนี้
- กล้วยหอม 
- แผ่นเกี๊ยว
- น้ำมันสำหรับทอด (น้ำมันปาล์ม)
- ไอซิ่ง ชอคโกแลตและนมข้นหวาน (แล้วแต่ชอบ หรือเท่าที่มีนะคะ)
- ผลไม้ตกแต่ง (แล้วแต่เราค่ะ)



-หั่นกล้วยเป้นชิ้นพอคำ ถ้าใหญ่ไปจะห่อไม่หมดนะ
-นำกล้วยวางบนแผ่นเกี๊ยวแล้วทาน้ำเปล่าที่ขอบแผ่นแป้งเพื่อเป็นกาวให้แป้งติดกัน ห่อให้ติดกันทั่วดี รอทอด
-ตั้งกระทะทอดกับน้ำมัน ทอดพอเหลือง ไม่ต้องนานนะคะ ใช้ไฟกลาง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
-จัดลงจาน จะโรยไอซิ่ง ชอคโกแลตหรือนมข้นตามชอบค่ะ 

ฝากรูปสุดท้าย อันนี้ทำเล่นๆ^_^


ปูลู. กินตอนร้อนๆพึ่งทอดเสร็จอาหย่อยที่สุดเยย...



วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Strawberry Shortcake : Happy Birthday to Me


                                   

                                                       Strawberry Shortcake 
 
       กำลังจะพ้นสิ้นเดือนที่มีวันน้อยที่สุดของปีแล้วนะคะ  ปีนี้ไม่มีวันเกิดเราค่ะ แต่ไม่น้อยใจนะ เพราะถ้าจะหาเรื่องฉลองมันก็ทำได้อยู่แล้วค่ะ ปีนี้คิดว่าจะต้องทำเค้กให้ตัวเองกินให้ได้ และเค้กท่ีเราชอบมากที่สุดคือเค้กอันนี้ค่ะ ลองทำมาหลายครั้งและหลายสูตรแล้ว จำได้ว่าทำครั้งแรกๆ เค้กแข็ง ครีมก็เละๆ แต่งเค้กยังไม่เป็นเลย
     แต่ครั้งนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงค่ะ ทำแล้วมีความสุข กินก็มีความสุขค่ะ  สูตรนำมาจากเชฟญี่ปุ่น รับรองความฟินจ้า^__^
  
Special Spong Cake
แป้งเค้ก 40 g.
แป้งข้าวโพด 20 g.
เนยละลาย 35 g.
ไข่ขาว 90 g.
น้ำตาลทราย 80 g.
ไข่แดง 80 g.


เปิดเตาอบที่ 200 c.   เราใช้ถาดอบ 30*30 cm ปูทับด้วยกระดาษรองอบ
ร่อนแป้งทั้งสองรวมกัน พักไว้นะ
ละลายเนย ในไมโครเวฟ หรือจะตั้ง double boiler. ก็ได้นะคะ พักไว้ให้เย็น
ตีไข่ขาวด้วยความเร็วปานกลาง จนเป็นฟอง แล้วค่อยๆใส่น้ำตาลทรายที่ละนิดจนหมด ปรับสปีดให้เร็ว ตีจนตั้งยอดแข็ง 
ใส่ไข่แดง ตีให้เข้ากันดี   แล้วใส่แป้ง โดยค่อยๆตะล่อมจนแป้งหมด แล้วสุดท้ายใส่เนย ตะล่อมจนเข้ากันดี
เทลงพิมพ์ เคาะพิมพ์ไล่ฟองอากาศ เข้าอบ10-12นาทีค่ะ แต่ของเค้า 5 นาทีก็สุกแล้ว
พักไว้บนตะแกรงจนเย็น



Chantilly cream
วิปครีม 400 g.
น้ำตาลทราย 30 g.
วานิลลาสกัด 1 tsp.

ตีทุกอย่างรวมกันจนตั้งยอดแข็งจ้า ระวังอย่าตีนานนะคะ 

ประกอบร่างเค้ก : นำเค้กมาตัดให้ได้ขนาดที่ต้องการ ทาไซรัปลงบนเค้ก แล้วทาครีมลงไป เอาสตรอเบอรี่เรียงแล้วโปะครีม แล้วทำซ้ำขั้นตอนเดิมจนครบชั้น แล้วแต่งเค้กตามใจเราค่ะ ง่ายใช่ป่าว

อาจจะดูยาก เพราะไม่มีรูปขั้นตอนลงให้ดูนะคะ ไว้ถ้ามีรูปจะลงเพิ่มให้นะ

                                 
        ฝากรูปตอนตัดเค้กฉลองล่วงหน้ากับคุณสามีมาให้ชมค่ะ. งามและอร่อยด้วย  สุขสันต์วันเกิดนะตัว(เค้า)เอง
                             

                                อันนี้ลองทำอีกรอบไปให้เพื่อนๆทานค่ะ สวยไปอีกแบบ^__^


วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Rośe Soda : Valentine's refreshment

Rose Soda



ยังคงอยู่ในเดือนแห่งความรักค่ะ ก็เลยอยากหาเมนูที่เกี่ยวเนื่องกับความรัก และโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่หลงใหลกลิ่นกุหลาบมากๆ  และเมื่อได้มารู้จักเชฟขนมหวานชื่อดังจากเมืองที่แสนโรแมนติกอย่างปารีส นามว่าเชฟ Pierre  Herme ที่เค้าเป็นคนที่นำกุหลาบ ลิ้นจี่ และราสเบอรี่ มารวมกัน โดยใช้ชื่อเรียก combination อันนี้ว่า Isphahan ทำให้คนอย่างเราหลงใหลสุดๆ 

พอดีที่บ้านมีRose syrup อยู่ค่ะ เลยคิดว่าจะมาทำอะไรดีเน้อ.. ก็มาสรุปเป็น เครื่องดื่มแสนหอมหวานอันนี้แหละค่ะ ง่ายแต่อร่อยมากๆๆ สดชื่นสุดๆ เหมาะกับทำนั่งดริ้งกับคนที่เรารักมากเลยค่ะ อันนี้คอนเฟิร์ม

Rose Soda recipe

Rose syrup 30 ml.
Lychee syrup 30 ml. (อันนี้ใช้น้ำเชื่อมจากลิ้นจี่กระป๋องค่ะ)
Soda 
Ice

ผสมทุกอย่างรวมกันค่ะ  เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งนอนรออยู่  ใส่เนื้อลิ้นจี่ลงไป  ถ้ามีราสเบอรี่ด้วยก็ได้นะคะ
หรือจะเททีละชั้นก็ได้ค่ะ  ใส่น้ำเชื่อมกุหลาบลงไปก่อนตามด้วยน้ำเชื่อมลิ้นจี่  และท็อปด้วยโซดาค่ะ

                       


เท่านี้เองค่ะ เพื่อนๆลองทำดูนะคะ ยิ่งทำให้คนที่เรารักล่ะก็  ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ เพื่อน หรือคนรัก รับรองว่าทุกคนรักเราแน่นอนค่ะ  ก็จะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไรค่ะ  ถ้าเราทำด้วยใจซะอย่าง

วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Opera Cake ชื่อนี้มีที่มา??


หลายคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ขนมหวาน คงไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อเค้กโอเปร่าแน่ๆ 
เราเองก็สงสัย เห็นส่วนใหญ่เค้าจะชอบแต่งเค้กด้วยการเขียนคำว่า Opera ลงไปบนหน้าเค้กที่ราดด้วยชอคโกแลตเกลซ ก็เลยไปหาประวัติของเจ้าเค้กตัวนี้มาอ่านเพื่อประดับความรู้กัน


ซึ่งเรื่องราวของมันก็มีหลายทฤษฎีมากๆ แต่เรื่องที่พูดถึงกันมาก ก็คือเรื่องของ Pastry chef ในตำนานของปารีส ชื่อ Louis Clichy ซึ่งเค้าก็ออกมาบอกว่า เค้าเป็นคนทำเค้กตัวนี้ออกมา และกลายเป็นเค้กที่มีชื่อเสียงในเมืองปารีส เมื่อปี 1903 ซึ่งต่อมาก็กลายเป็น Signature cake ขอร้านเค้าที่ตั้งอยู่ที่ Boulevard Beaumarchais

แต่ก็มีผู้ออกมาคัดค้านว่าเรื่องข้างต้นไม่เป็นความจริง  โดยผู้ที่คัดค้านคือเจ้าของร้าน Dalloyau ซึ่งเจ้าของร้านนี้อ้างว่าตัวเองเป็นคนท่ีคิดเค้กตัวนี้ขึ้นในปี 1955  

ขณะเดียวกันก็มีเชฟทำขนมอีกคน ชื่อ Cyriaque Gavillon ออกมาบอกว่าเค้าต่างหากที่เป็นคนทำเค้กตัวนี้ โดยมาจากการที่ภรรยาของเค้าชื่อAndrée เป็นหัวหน้าคณะละครโอเปร่าที่ปารีส

ส่วนเรื่องสุดท้ายที่น่าสนใจ คือเค้กตัวนี้ถูกสร้างโดยคระละครโอเปร่าเอง  ในปี1890  เพราะการที่เค้กมีส่วนผสมของกาแฟเยอะและเข้มข้น เพื่อที่จะให้คนที่กินนั่งชมละครโอเปร่า ที่มีหลายองค์ ได้จนจบทั้งเรื่องนั่นเอง

เค้กโอเปร่าเป็นเค้กของฝรั่งเศสค่ะ โดยทั่วไปจะมีองค์ประกอบดังนี้ อันแรกคือ sponge cake  หรือที่เรียกว่า Joconde ในภาษาฝรั่งเศสจะนำมาจุ่มในนำ้เชื่อมกาแฟจนชุ่ม สลับชั้นด้วยชอคโกแลตกานาช และบัตเตอร์ครีมกาแฟ และเค้กตัวนี้จะเปิดให้เห็นด้านข้างเพื่อจะได้เห็นชั้นเค้กที่มีหลายชั้น ดูน่าทานและดูไฮโซมากๆๆ

ฝากรูปไว้ดูเป้นตัวอย่างค่ะ



วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

Mango Cream Cheese Parfait

ช่วงนี้อากาศที่เชียงใหม่ร้อนมากค่ะ ขนาดห้องที่พักอยู่ เป็นห้องที่อยู่ฝั่งหลบแดดของตัวบ้าน ก็ยังมีลมร้อนพัดเข้ามาตลอด
อากาศร้อนบ้านเรา ถ้าพูดเรื่องผลไม้ที่เห็นเยอะๆ คงหนีไม่พ้นมะม่วงค่ะ ส่วนตัวไม่ได้ชอบมะม่วงสุก ชอบกินดิบแบบเปรี้ยวมากกว่า แต่ถ้าจะทำขนมก็ต้องสุกงอมเนี้ยแหละกำลังดีเลย

เมนูนี้อยากทำเพราะอยากกินอะไรที่เย็นๆ ทานง่าย และที่สำคัญทำง่ายนั้นเอง ลองเปลี่ยนวันที่อากาศร้อนๆ มาเป็นวันเย็นๆ ด้วยการทำขนมอร่อยๆ กันดีกว่า

Mango Cream Cheese Parfait

ส่วนผสมเนื้อเค้ก
1 ลูก มะม่วงสุก
4 ลูก พีชสด หรือกระป๋อง
100 กรัม ครีมชีส.
2 ช้อนชา น้ำเลมอน.
100 ml. น้ำเปล่า
70 กรัม น้ำตาลทราย
120 กรัม นมข้นจืด
2 ชต. ครีมสด
3 1/2 แผ่น เจลาติน

ส่วนผสมสาคูน้ำกะทิ
50 มล. หัวกะทิ
40 กรัม สาคู
200 มล. นมสด
40 กรัม น้ำตาลทราย

1. นำส่วนผสมทุกอย่างออกมาวางพักไว้อุณภูมิห้อง
2. ต้มสาคูให้สุก จนสาคูใส
3.หั่นมะม่วง แบ่งไว้ปั่นและไว้แต่งหน้า หั่นพีชเป็นเต๋า
4.แช่เจลาตินแผ่นในน้ำเย็น
5.ใส่มะม่วงสุก พีช ครีมชีส น้ำเลมอน ลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเป็นเนื้อครีมเนียน
6.นำส่วนผสมครีมที่ได้เทใส่หม้อ ใส่น้ำเปล่า น้ำตาลทราย นำตั้งไฟ จนน้ำตาลละลาย
7.เติมนมข้นจืด และครีมสด แผ่นเจลาติน คนให้เข้ากัน ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น
8.ตักใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ นำไปแช่เย็น 1 ชม. หรือจนเซ็ตตัว
9.ทำน้ำกะทิ โดยใส่กะทิ นมสด น้ำตาลทราย ตั้งไฟ คนจนน้ำตาลละลายและเกือบเดือด ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น
10.นำมาประกอบโดยใส่สาคู ลงบนขนม ราดกะทิ และตกแต่งด้วยมะม่วงเต๋าและใบมินต์


ขอให้มีความสุขในวันที่แสนธรรมดา กับขนมที่แสนง่ายและอร่อยชื่นใจนะคะ




วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

Tiny Square Cakes : Chicchana Square Cake No Recipe Book

By คุโรคาวะ ยูโกะ เขียน
     ดวงใจ สัมพันธ์ปรีดา แปล พิมพ์ครั้งแรก 2/2013


     ในที่สุดก็ได้หนังสือเล่มนี้มาครอบครอง  หลังจากที่เคยเห็นผ่านตาในนิตยสาร Health & Cuisine มาสักระยะ  ที่อยากได้เนื่องจากมันเป็นหนังสือแปลภาษาญี่ปุ่น  ซึ่งรัตน์เองก็อยากจะหาความรู้และอยากลองทำสูตรขนมของญึ่ปุ่นดู  และที่ชอบมากๆๆๆ เพราะรัตน์พึ่งจะแอบรู้ตัวเล็กๆว่า ตัวเองชอบอะไรที่มันเล็กๆ น่ารักๆ คิกคุอ่ะ  พอเจอเข้าก็รีบคว้ามาเลย  ทีนีก็ต้องลองดูต่อไปว่าสูตรของเค้าอร่อยจริงหรือเปล่า   แต่ที่รู้คือหลังจากที่ได้ลองเปิดดู และอ่านความคิดของผู้เขียนเลยทำให้เราเริ่มหลงรักเค้กสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่แสนจะธรรมดาเข้าอย่างจัง

ชอบเค้กและการจัดวางของตกแต่ง

เค้กสี่เหลี่ยมจิ๋วดูเรียบง่าย สบายอารมณ์
     ตั้งใจกับตัวเองว่าต้องลองทำให้ครบทุกสูตร  ไม่รู้จะเป็นไปได้มั้ย เนื่องจากตัวเองก็ต้องทำงานบวกกับต้องดูแลคุณสามีไปด้วย  แต่เอาน้า...ลองดูซักตั้ง  แล้วจะเอาสูตรมาแบ่งปันในคราวหน้านะคะ